หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ความรู้สึกลึกๆ ของผมเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย

งานเขียนโปรแกรมหรืองานซอฟต์แวร์  มีสิ่งหนึ่งที่ผมมองว่ามันคล้ายๆ งานก่อสร้าง คือ 
---------------------------------------------------------------
สมมติเรามีที่ดินสัก 100 ตาราเมตร 
เราบอกว่าเราอยากมีบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารบนพื้นที่ 100 ตารางเมตรนี้ (เราวาดฝันไว้)

แต่ด้วยงบที่มีอยู่อันน้อยนิด เลยต้องสร้างตามงบที่มีอยู่
ซึ่งบ้านที่ออกมา คือบ้านบังกะโล ธรรมดาๆ บนพื้นที่ 20 ตารางเมตร
(โครงสร้าง การออกแบบ วัสดุ ก็ตามๆ งบที่มีอยู่)
และ อีก 80 ตารางเมตร ทำการขุดสระ เลี้ยงปลา ปลูกพืชผักสวนครัว รอบบ้าน

2 ปีต่อมา ดันถูกล็อตเตอร์รี เป็นเงิน 20 ล้าน
จึงมีเงินพอที่จะสร้างบ้านหลังใหญ่กว่าเดิมตามที่ได้วาดฝันไว้ ตั้งแต่แรก
(ซึ่งสมมติว่า ไม่อยากซื้อที่ดินใหม่ อยากอยู่ที่เดิมนี่แหล่ะ)
แน่นอนว่าต้องรื้อบ้านหลังเก่าทิ้ง ต้องถมที่ใหม่ เพื่อที่จะได้ใช้พื้นที่นั้นมาสร้างบ้านหลังใหญ่
กว่าเดิม

อีก 2 ปี ต่อมา ดันถูกล็อตเตอรี่อีก (โคตรโชคดีอ่ะ) ทีนี้ 50 ล้าน ดันอยากได้บ้านหลังใหญ่โตกว่าเดิม แต่ใช้พื้นที่เดิม ก็เลยต้องรื้อบ้านหลังเก่าทิ้งอีก แล้วก็สร้างบ้านหลังใหม่ทับลงไป
เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

สิ่งที่สังเกตเห็นคือ บ้านหลังเก่าทุกหลังทีผ่านมาไร้ประโยชน์ เพราะต้องรื้อทิ้ง แล้วสร้างบ้านหลังใหม่ ตามที่ตนเองอยากจะได้ ไม่สามารถทำการประยุกต์ต่อเติมบ้านหลังเดิม ให้เป็นบ้านที่ดีขึ้นได้

นั่นเป็นเพราะเจ้าของบ้าน ขาดการวางแผนตั้งแต่แรก โดยคิดแค่ว่าตนอยากจะมีบ้าน แต่ไม่ได้คิดว่า อนาคตบ้านหลังนี้จะสามารถขยายต่อเติม เสริมแต่งได้หรือไม่ ทำแค่ตามงบที่มีอยู่  และไม่ได้วางแผนไปข้างหน้า  (ทำใหม่ทุกครั้ง)

ซึ่งถ้าเขาวางแผนดีๆ ตั้งแต่แรก เขาสามารถเอาบ้านหลังแรก มาต่อเติมเป็นบ้านหลังที่ 2 และบ้านหลังที่ 2 มาต่อเติมเป็นบ้านหลังที่ 3 เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แน่นอน ว่าบ้านหลังล่าสุดต้องยิ่งใหญ่อลังกาล กว่าที่เขาวาดฝันไว้แน่ๆ เพราะมันเป็นการรวมกันของบ้านทุกหลังที่ผ่านมา มันใหญ่แน่ๆ แหล่ะ

การทำซอฟต์แวร์ก็เช่นกัน ถ้าขาดการวางแผนตั้งแต่แรก มันก็ต้องรื้อทิ้ง ทำใหม่แบบนี้อยู่เรื่อยๆ แน่นอนว่า
มันไม่มีทางใหญ่โตไปกว่าเงินงบสุดท้ายที่คุณมีอยู่แน่นอน ถึงจะทำมาเป็น สิบๆปี แต่ถ้าตอนสุดท้ายใช้เวลารื้อทิ้งทำใหม่ 1 ปี ซอฟต์แวร์นั้น มันก็ใหญ่ได้เท่ากับการทำ 1 ปี มันไม่มีทางยิ่งใหญ่เท่าซอฟต์แวร์ชิ้นเดียว ที่ทำมันมาเรื่อยๆ ตลอด 10 ปี ได้อย่างแน่นอน (ทำอย่างรอบคอบด้วยน่ะ)

ซึ่ง 10 ปีที่ว่า มันอาจทำให้คุณไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าระดับโลกแล้วก็เป็นไปได้

นี่เป็นสิ่งที่ผมมองเห็นสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย
ซึ่งใช้วิธีการสร้างโปรดักชันออกมาหลายตัว  แต่ละตัวแค่พอใช้งานได้  
ไม่ยอมต่อยอดแต่ละตัวให้ถึงที่สุด 
แล้วก็ชอบทำใหม่ไปเรื่อยๆ งานมันเลยไม่ใหญ่

คุณจะไม่มีทางไปในจุดที่เรียกว่าระดับโลกได้แน่นอน ถ้ายังรื้อทิ้งทำใหม่อยู่แบบนี้

แต่ผมก็ชอบวัดร่องขุ่น ผลงานอาจารย์เฉลิมชัยน่ะ(นอกเรื่องนิดหน่อยครับ) ที่เริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ  แต่วางแผนไว้แล้วว่ามันจะต้องยิ่งใหญ่อลังกาล สังเกตน่ะครับ  อาจารย์แกไม่ได้ทำหลายวัด  แกทำวัดเดียว  แต่วัดนั้นสุดๆไปเลย  นี่แหล่ะครับผลงานระดับโลกของคนไทยที่ผมมองเห็น   ลองคิดในทางกลับกันดู  ถ้าอาจารย์เฉลิมชัยทำวัดเหมือนวัดร่องขุ่นขึ้นมาสัก 10 วัด  แต่ทุกๆ  วัดนั้นอลังกาลแค่ 1 ใน 10 ของวัดร่องขุ่น (เอาวัดร่องขุ่นมาหาร 10)  อาจารย์จะดังขนาดนี้มั้ย  สำหรับผม  ผมเชื่อว่าอาจารย์ดังครับ  แต่ไม่ขนาดนี้  หรือถ้าจะขนาดนี้  ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี  กว่าที่จะสร้างวัดทั้ง 10 ให้อลังกาลได้เท่าวัดร่องขุ่นเพียง 1 วัด ในปัจจุบัน 


ตามความคิดของผม ผมมองว่า


"ทำแค่อย่างเดียวให้ดีมากๆ นั่นแหละดีที่สุด" 


1 ความคิดเห็น:

  1. ผมเห็นด้วยครับ คนไทยคิดอะไรง่ายๆ
    แบบว่าการตัดการค่อนข้างห่วย

    ตอบลบ